มิลเนอร์ รับตรงๆครึ่งหลังหงส์เล่นอย่างกาก

James Milner

เจมส์ มิลเนอร์ กัปตันทีมลิเวอร์พูลในเกมรอบชิงชนะเลิศยูฟ่ายูโรป้าลีก ไม่ขอโยนความผิดไปที่การตัดสินของกรรมการในเกมนัดชิงชนะเลิศ โดยยอมรับว่าทีมของเขาเล่นได้อย่างย่ำแย่กันไปเองในช่วงครึ่งเวลาหลังจนเป็นเหตุให้ต้องพ่ายแพ้

ช่วงครึ่งเวลาแรกในเกมดังกล่าว ลิเวอร์พูล เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมสุดๆโดยทำประตูขึ้นนำไปได้ 1-0 แต่ทว่ามีหลายต่อหลายจังหวะที่ทีมมีโอกาสใกล้เคียงเหลือเกินกับการได้ลูกที่จุดโทษ เพราะบอลไปโดนแขนแข้งของ เซบีย่า ถึง 3 ครั้ง

แต่เมื่อเข้ามาสู่ช่วงครึ่งเวลาหลังทุกๆอย่างกลับตาลปัดกันไปหมด เซบีย่า ได้ประตูนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่วินาทีที่ 18 หลังเขี่ยลูกที่กลางสนาม ทำเอาทีมหงส์แดงต่อเกมกันไปติด จนสุดท้ายก็พ่ายแพ้ไป 3-1 ทำให้ทีม เซบีย่า เป็นแชมป์รายการนี้ถึง 3 สมัยติดต่อกันเข้าไปแล้วใน 3 ปีล่าสุด

“ครึ่งหลังเราทำอะไรไม่ได้จริงๆ มันเป็นเหตุให้พวกเราหัวใจมลาย พวกเราทำได้ไม่ได้ใกล้เคียงกับที่คิดเอาไว้เลยจริงๆ ผมเชื่อว่าแท้จริงแล้วเรามีความสามารถมากมายนี้เยอะ แต่มันกลับกลายเป็นอีกหนึ่งวันที่น่าเสียดาย เราต้องคอตกรับสภาพความผิดหวังอย่างใหญ่หลวงอีกแล้ว มันแย่มากๆเลยนะแบบนี้”เจมส์ มิลเนอร์ แสดงความเห็นหลังจบเกมรอบชิง

22284-og-1709

“ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่พร้อม เราคุยกันแล้ววางแผนกันได้เป็นอย่างดีมากแล้วช่วงครึ่งเวลา แต่เรากลับต้องเสียประตูไปแบบที่เราไม่ค่อยมีสมาธิเท่าที่ควร แล้วหลังจากนั้นก็กลับเข้าสู่เกมไม่ได้อีกเลย”

“ช่วงที่เราเสียประตูที่สามไป จังหวะนั้นผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงส่งสัญญาณแล้วนะ แต่กรรมการให้ประตู แต่ช่างมันเถอะเพราะจริงๆแล้วมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับกรรมการในเกมนี้หรอก มันอยู่ที่เราเองทั้งนั้น เราทำได้ไม่ดีพอกันเอง มันเป็นคืนที่มีความหมายสำหรับเรามากๆแต่เราทำไม่ได้”

“เราเองคิดว่าต้องการคว้าแชมป์เกมนี้ให้ได้ เราไม่มัวแต่คิดถึงยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกหรอกนะ เราคิดแค่ว่าจะเป็นแชมป์ชูถ้วยให้สำเร็จ แต่เราทำไม่ได้ ซึ่งในตอนนี้เราค่อนข้างผิดหวังทีเดียวที่ไมได้เล่นบอลยุโรปฤดูกาลหน้า ปีนี้เราเข้าไปชิงมาแล้วสองถ้วยเลย แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ไปทั้งหมด ผมสัญญาว่าครั้งต่อไปเราจะเอาแชมป์มาฝากแฟนๆให้ได้”

“สโมสรเคยทำให้เห็นมาก่อนหน้านี้ว่าการเล่นอย่างกล้าหาญและไม่ยอมแพ้ในเกมยุโรปเป็นอย่างไร แต่วันนี้เรากลับทำไม่ได้”

แม้ว่า ลิเวอร์พูล จะเข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยได้ถึง 2 รายการนับตั้งแต่ที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ เข้ามาคุมทีม แต่พวกเขานั้นต้องพบกับความผิดหวังไปทั้งสองถ้วย และยิ่งไปกว่านั้นการเล่นในฤดูกาลหน้าจะไม่มีเกมยุโรป ทำให้ทีมต้องสูญเสียรายได้ไปมาก แต่ทว่าก็อาจเป็นผลดีเพราะเกมการแข่งขันนั้นไม่ได้เยอะอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้นักเตะมีโอกาสพักฟื้นเพื่อแสดงผลงานที่ดีออกมาให้ได้ในเกมพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลถ้วยในประเทศ ดังเช่นฤดูกาล 2013-2014 ที่ทีมก็ไม่ได้เล่นในฟุตบอลยุโรปแต่สุดท้ายเกือบคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ